วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559
วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
ใบงานที่ 2
เรื่อง ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจมี 2 ประเภท
1.EIS
2.DSS
EIS
EIS ย่อมาจาก executive information system แปลว่า ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร หมายถึง การนำสารสนเทศหรือข้อมูลต่าง ๆ มาเก็บไว้ในรูปแบบที่ผู้บริหารมักจะต้องการใช้ และสามารถจะเรียกมาดู หรือใช้ได้สะดวก ระบบข่าวสารเพื่อการบริหารชั้นสูง (EIS) เป็นระบบข่าวสารที่มีความสำคัญต่อผู้บริหารองค์กร ในเรื่องการพิจารณากำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์ขององค์กร ให้สามารถจัดการองค์กร ให้สามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายหรือแข่งขันกับองค์กรอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
DSS
DSS คือ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System :DSS) เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการ
ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน
แหล่งที่มา:https://www.gotoknow.org
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559
Blog งานกลุ่มเรื่อง ขนมครอบแครงกรอบ
สรุปประโยชน์จากการทำงานกลุ่ม
1.ได้ค้นคว้าในสิ่งที่ชอบ
2.ทำในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ
3.ได้มีเวลาร่วมกับเพื่อนๆ
4.มีการเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
5.ร่วมมือกับเพื่อนๆในการทำงานเป็นทีม
วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ใบงานที่ 5
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้
– จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
– สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
– มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
– มีเวลาเพียงพอ
– มีงบประมาณเพียงพอ
– มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย
จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม
3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ
จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข
4. การลงมือทำโครงงาน
เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน
เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน
เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด
วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ใบงานที่ 3 บริการบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1.เวิลด์ไวด์เว็บ
เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW) คือบริการค้นหาและแสดงข้อมูลแบบมัลติมีเดีย บนอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ซึ่งข้อมูลและสารสนเทศอาจจัดอยู่ในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ หรือ เสียงก็ได้ ข้อดีของบริการประเภทนี้คือ สามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น หรือเว็บไซด์อื่นได้ง่าย เพราะใช้วิธีการของไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) โดยมีการทำงานแบบไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server) ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล จากเครื่องที่ให้บริการซึ่งเรียกว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยอาศัยโปรแกรม ที่ใช้ดูข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ซึ่งผลที่ได้จะมีการแสดงเป็นไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่งในปัจจุบันมีการผนวกรูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และสามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสารหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้โดยตรงตัวอย่างเช่น http://www.yahoo.com สามารถค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเรื่องราวต่างๆ เช่น การศึกษาการท่องเที่ยว โรงแรมต่าง ๆ การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เป็นต้น
2.จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) หรือนิยมเรียกกันทั่วไปว่า “อีเมล์” (E-mail) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสาร ระหว่างกัน และกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถส่งข้อความ ไปยังสมาชิกที่ติดต่อด้วย โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และสามารถแนบไฟล์ข้อมูลไปพร้อมกับจดหมายได้อีกด้วย การส่งจดหมายในลักษณะนี้ จะต้องมีที่อยู่เหมือนกับการส่งจดหมายปกติ แต่ที่ของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เราเรียกว่า E-mail Address
การโอนย้ายข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสารข้อมูล บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อีกรูปแบบหนึ่ง ใช้สำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างผู้ใช้โปรแกรม FTP กับ FTP Server การโอนย้ายไฟล์จาก FTP Server มายังเครื่องของผู้ใช้ เรียกว่า ดาวน์โหลด (Download) และการโอนย้ายไฟล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ไปยังไปยัง FTP Server เรียกว่า อัพโหลด
3.การสืบค้นข้อมูล
การสืบค้นข้อมูล (Search Engine) คือ บริการที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความที่ต้องการสืบค้น เข้าไป โปรแกรมจะทำการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ให้ภายในเวลาไม่กี่นาที โปรแกรมประเภทนี้เราเรียกว่าSearch Engines เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถจำชื่อเว็บไซด์ บางเว็บได้ ก็สามารถใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล ในลักษณะนี้ได้ เว็บไซด์ที่ทำหน้าที่เป็น Search Engines มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น google.com , yahoo.com , sanook.com ฯลฯ เป็นต้น
แหล่งที่มา:https://aphichatmt.wordpress.com
วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ใบงานที่ 2 การใช้งาน Web Browser
![]() |
| 10 เทคนิคการใช้ Safari |
1) เลื่อนขึ้นไปบนสุดอย่างรวดเร็ว
บางครั้งเรา Scroll ลงมาอ่านบทความ หรือกระทู้มาเยอะมาก แต่เราก็ขี้เกียด Scroll ขึ้นไปข้างบนสุด เราสามารถเลื่อนขึ้นไปบนสุดของเพจนั้นได้เพียงแค่แตะ แถว ๆ นาฬิกา 1 ครั้ง มันก็จะเลื่อนขึ้นไปข้างบนให้เพียงเสี้ยววินาที
2) เซฟรูปจากเว็บไซต์
บางครั้งเราอาจจะอยากเซฟรูปจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ใน Camera Roll ของเรา เราเพียงแค่กดค้างที่รูปที่เราต้องการ จากนั้น กด Save Image
3) การเคลื่อนย้ายตำแหน่ง Tab
การเลื่อนตำแหน่งของ Tab ใน Safari สามารถทำได้โดย กดค้างที่แท็บที่ต้องการย้าย จากนั้นเลื่อนขึ้นหรือลง แท็บก็จะถูกย้ายไปในตำแหน่งที่เราต้องการแล้ว
4) ปิดหน้าต่างที่ไม่ต้องการ
การปิดหน้าต่างที่เราไม่ต้องการแล้วทำได้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกก็คือ กด X มุมบนซ้ายของหน้าต่างนั้น หรือวิธีที่ 2 ก็คือ ลากหน้าต่างที่ไม่ต้องการไปซ้ายเลย เพียงเท่านี้ก็สามารถปิดแท็บที่ไม่ต้องการได้แล้ว
5) เปิด Reader View เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น
Reader View เป็นฟีเจอร์เด็ด สำหรับนักอ่านตัวยง ซึ่งการเข้าโหมด Reader View นั้น Safari จะจัดหน้ากระดาษของหน้าเว็บ ๆ นั้น ให้อ่านได้สะดวก สบายตามากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดสัญลักษณ์ด้านบนซ้ายมือตามภาพ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถเพิ่มขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง ตามที่เราต้องการได้อีกด้วย
6) เข้า Private Browsing Mode
Private Browsing Mode เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ เมื่อเข้าเว็บไซต์ผ่านโหมดนี้ Safari จะไม่เก็บข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น พาสเวิร์ด, ประวัติการเข้าใช้เว็บต่าง ๆ (History) หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่เป็น AutoFill เหมาะกับการเข้าเว็บที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง เป็นต้น
7) ลบ iCloud Tab ที่ไม่ต้องการ
การลบ iCloud Tab ที่เราไม่ต้องการนั้นก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงปาดนิ้วไปทางซ้าย จากนั้นกดปุ่ม Delete
8) แตะเพื่อแสดง Toolbar
เมื่อเรา Scroll หน้าเว็บลงไปอ่าน บทความหรือกระทู้ บางที Toolbar ด้านล่างก็จะหายไป วิธีเรียก Toolbar กลับคืนมามี 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกก็คือ แตะบริเวณด้านล่างของจำ 1 ครั้ง หรือให้เรา Scroll หน้าเว็บนั้นขึ้นเล็กน้อย Toolbar ก็จะโผล่มาให้เราใช้งานแล้ว
9) เข้าเว็บแบบ Desktop Site
เมื่อเราเข้าเว็บผ่านไอโฟน บางครั้งเว็บนั้นก็จะเข้าเว็บแบบ Mobile ให้ซึ่งอาจจะทำให้ปุ่มหรือลิงค์บางอย่างหายไป วิธีแก้ก็คือให้เข้าโหมด Desktop Site หน้าตาเว็บไซต์ก็จะเหมือนที่เราเปิดบนคอมพิวเตอร์ทุกอย่าง ตัวอย่างเช่นเว็บของ Facebook
วิธีการเข้าเว็บแบบ Desktop Site เพียงกดตรง Address Bar จากนั้นเลื่อนลง เราก็จะเห็นปุ่ม Request Desktop Site ที่ซ่อนอยู่ ให้กด 1 ครั้ง เว็บนั้นก็จะมีหน้าตาเหมือนเราเปิดด้วยคอมพิวเตอร์ทันที
ทั้งนี้ เว็บที่จะสามารถใช้งานได้ต้องเป็นเว็บที่รองรับ Desktop Site ด้วย

10) เปิด History ของ Tab นั้น
บางครั้งเราอาจจะกดลิงค์ในหน้าต่างนั้นไปเรื่อย ๆ จนหาหน้าหลักไม่เจอ และการกดเข้าไปดูหน้า History ก็ยากเย็นเหลือเกิน และวิธีการเปิดดู History ของ Tab นั้น ๆ แบบรวดเร็ว นั่นก็คือ ให้กดค้างที่ลูกศร Back หรือ Forward จากนั้นลิงค์ทั้งหมดที่เราเคยเปิดในหน้าต่างนั้นก็จะขึ้นมาทั้งหมดให้เราเลือก
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ใบงานที่ 1 เรื่อง Internet & Web Browser
อินเทอร์เน็ต หมายถึงอะไร ?
อินเตอร์เน็ต (Internet) นั้นย่อมาจากคำว่า “International network” หรือ “Inter Connection network” ซึ่งหมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดการสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน โดยอาศัยตัวเชื่อมเครือข่ายภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงเดียวกัน นั่นก็คือ TCP/IP Protocol ซึ่งเป็นข้อกำหนดวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย ซึ่งโปรโตคอลนี้จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่มีฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกันสามารถติดต่อถึงกันได้
Web Browser หมายถึงอะไร
เว็บเบราว์เซอร์ ( web browser) เบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมค้นดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล ที่จัดเก็บไว้ที่เว็บเซอร์วิซหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ
ตัวอย่างโปรเเกรม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)























